ผู้เขียน หัวข้อ: ควรสังเกตให้ดี ภาวะแทรกซ้อนจากการให้อาหารสายยาง  (อ่าน 18 ครั้ง)

siritidaphon

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1167
  • เวบบอร์ดโพสขายฟรี
    • ดูรายละเอียด
ควรสังเกตให้ดี ภาวะแทรกซ้อนจากการให้อาหารสายยาง
« เมื่อ: วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2026, 20:39:25 น. »
ควรสังเกตให้ดี ภาวะแทรกซ้อนจากการให้อาหารสายยาง

การสังเกตภาวะแทรกซ้อนจากการให้อาหารทางสายยางเป็นหน้าที่สำคัญมากของผู้ดูแล เพราะผู้ป่วยมักไม่สามารถบอกความผิดปกติได้ด้วยตนเอง หากสังเกตเห็นเร็วจะช่วยลดอันตรายที่อาจถึงแก่ชีวิตได้ครับ

ภาวะแทรกซ้อนสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังและวิธีสังเกตครับ:

1. ภาวะสำลักลงปอด (Aspiration) – อันตรายที่สุด
มักเกิดจากอาหารไหลย้อนจากกระเพาะขึ้นมาเข้าหลอดลม หรือสายยางเลื่อนตำแหน่ง

อาการที่ต้องสังเกต: ไออย่างรุนแรงขณะให้อาหาร, หายใจหอบเหนื่อย, หน้าเขียว, มีเสียงครืดคราดในคอ หรือมีไข้สูงหลังให้อาหาร (ปอดอักเสบ)

วิธีป้องกัน: ต้องยกหัวสูง 30-45 องศาขณะให้และหลังให้ 1 ชม. และเช็กตำแหน่งสายทุกครั้ง

2. อาหารค้างในกระเพาะมากเกินไป (Gastric Retention)
เกิดจากระบบย่อยอาหารทำงานช้า หรือผู้ป่วยมีอาการป่วยอื่นแทรกแซง

อาการที่ต้องสังเกต: ท้องอืดตึง, ดูดเช็กอาหารค้าง (Residual) แล้วเหลือเกิน 100-150 ml, ผู้ป่วยคลื่นไส้หรืออาเจียน

วิธีปฏิบัติ: หากพบอาหารค้างมาก ให้เลื่อนมื้ออาหารออกไป 1 ชม. และสังเกตว่ามื้อถัดไปลดลงหรือไม่

3. ปัญหาการขับถ่าย (Diarrhea & Constipation)
ท้องเสีย: สังเกตว่าถ่ายเหลวเกิน 3 ครั้งต่อวันหรือไม่ มักเกิดจากอาหารไม่สะอาด, อาหารเย็นจัด, หรือให้เร็วเกินไป

ท้องผูก: หากไม่ถ่ายเกิน 3 วัน อาจเกิดจากการได้รับน้ำไม่พอหรือใยอาหารน้อยเกินไป

4. สายยางอุดตัน (Tube Clogging)
อาการที่ต้องสังเกต: ดันน้ำหรืออาหารไม่เข้า หรือรู้สึกว่าต้องใช้แรงดันมหาศาล

วิธีป้องกัน: ต้องล้างสาย (Flush) ด้วยน้ำเปล่า 30-50 ml ทั้ง ก่อนและหลัง ให้อาหารหรือยา "ทุกครั้ง" ห้ามละเลย

5. ปัญหาบริเวณที่ใส่สาย (Local Complications)
ทางจมูก: สังเกตแผลกดทับที่ปีกจมูก (ผิวหนังแดงหรือถลอกลึก), เลือดกำเดาไหล หรือมีอาการปวดไซนัส

ทางหน้าท้อง: สังเกตผิวหนังรอบรูเปิดว่า แดง บวม มีหนอง หรือมีเนื้อนูนผิดปกติ (Granuloma) หรือมีอาหารรั่วซึมออกมาหรือไม่


🚨 สัญญาณอันตรายที่ต้อง "ไปโรงพยาบาลทันที"

ไอ หน้าเขียว หรือหอบเหนื่อย ขณะหรือหลังให้อาหาร

ดูดได้เลือดสดๆ ออกมาจากสายยาง

สายยางหลุดออก (ห้ามพยายามใส่กลับเอง เพราะอาจเข้าหลอดลมหรือผิดช่องทาง)

มีไข้สูง หนาวสั่น โดยไม่ทราบสาเหตุ

ท้องแข็งตึงรุนแรง และผู้ป่วยดูเจ็บปวดกระสับกระส่าย

คำแนะนำเพิ่มเติม: ควรทำบันทึกประจำวันไว้ครับ เช่น ปริมาณอาหารค้างในแต่ละมื้อ ลักษณะการขับถ่าย และสภาพผิวหนังรอบสายยาง ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้แพทย์วินิจฉัยและปรับสูตรอาหารได้แม่นยำขึ้นครับ