ปัญหาที่มักพบในการให้อาหารสายยางผ่านรูจมูกการให้อาหารทางสายยางผ่านรูจมูก (Nasogastric Tube หรือ NG Tube) แม้จะเป็นวิธีมาตรฐานที่ใช้กันทั่วไป แต่เนื่องจากสายต้องผ่านช่องจมูกและหลอดอาหารตลอดเวลา จึงมักเกิดปัญหาที่ผู้ดูแลต้องคอยสังเกตและรับมืออยู่บ่อยครั้งครับ
ปัญหาที่พบบ่อยที่สุด แบ่งตามระบบร่างกาย:
1. ปัญหาบริเวณ "จมูกและใบหน้า"
แผลกดทับที่ปีกจมูก: สายยางมักจะกดเบียดปีกจมูก หากติดพลาสเตอร์ไม่ถูกวิธีหรือไม่ได้เปลี่ยนตำแหน่งบ่อยๆ จะทำให้ผิวหนังอักเสบ บวมแดง หรือเป็นแผลลึกได้
พลาสเตอร์หลุดบ่อย: เกิดจากเหงื่อหรือความมันบนใบหน้า ทำให้สายเลื่อนตำแหน่ง ซึ่งเสี่ยงต่อการที่ปลายสายจะหลุดออกจากกระเพาะอาหาร
การระคายเคืองคอ: ผู้ป่วยมักรู้สึกเจ็บคอ ระคายเคือง หรือมีน้ำมูกมากขึ้นจากการที่มีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในโพรงจมูก
2. ปัญหาที่ตัว "สายยาง"
สายยางอุดตัน: สาเหตุหลักคือ ล้างสาย (Flush) ไม่สะอาด หรือบดยาไม่ละเอียดพอ ทำให้มีเศษคราบอาหารหรือยาไปเกาะจนน้ำไหลผ่านไม่ได้
เชื้อราในสายยาง: หากใช้สายเส้นเดิมนานเกินไป หรือล้างไม่สะอาด จะเห็นเป็นจุดสีดำหรือสีเขียวเกาะอยู่ในสาย ซึ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
สายเลื่อนตำแหน่ง: ผู้ป่วยบางรายอาจสับสนแล้วดึงสายเอง หรือสายเลื่อนออกมาระหว่างไอ/จาม หากปล่อยอาหารเข้าไปขณะที่สายไม่อยู่ในกระเพาะจะทำให้ สำลักลงปอด ทันที
3. ปัญหาทางระบบทางเดินอาหาร
ท้องอืดและแน่นท้อง: เกิดจากการให้อาหารเร็วเกินไป อาหารเย็นจัด หรือปล่อยให้อากาศเข้าสายยางขณะให้
ท้องเสีย: พบบ่อยหากความสะอาดในการเตรียมอาหารไม่เพียงพอ หรือใช้อาหารที่ตั้งทิ้งไว้นานเกิน 2 ชั่วโมงในอุณหภูมิห้อง
กรดไหลย้อน: เนื่องจากสายยางทำให้หูรูดระหว่างหลอดอาหารและกระเพาะปิดไม่สนิท อาหารจึงไหลย้อนขึ้นมาได้ง่ายหากผู้ป่วยนอนราบ
4. ภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายที่สุด
ปอดอักเสบจากการสำลัก (Aspiration Pneumonia): เป็นฝันร้ายของผู้ดูแล เกิดจากอาหารหรือน้ำย่อยไหลย้อนเข้าสู่หลอดลม มักเกิดจากการนอนราบขณะให้ หรือสายยางเลื่อนตำแหน่ง
💡 เคล็ดลับ
การทำความสะอาดช่องปากเป็นเรื่องที่มักถูกลืมครับ แม้ผู้ป่วยไม่ได้เคี้ยวอาหารเอง แต่แบคทีเรียในปากจะเจริญเติบโตได้ดีและอาจปนไปกับน้ำลายที่ผู้ป่วยกลืนลงไป การแปรงฟันหรือเช็ดทำความสะอาดปากวันละ 2 ครั้ง จะช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อในปอดได้มหาศาลครับ