ขั้นตอนการให้อาหารสายยางอย่างถูกต้องตามหลักมาตรฐานสากลการให้อาหารทางสายยาง (Tube Feeding) ตามหลักมาตรฐานสากล (เช่น แนวทางของสมาคมเพื่อโภชนบำบัดและการเผาผลาญแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ ASPEN) จะให้ความสำคัญสูงสุดกับ 3 เรื่องหลัก คือ ความสะอาด (Sanitation), การป้องกันการสำลัก (Aspiration Prevention) และ การดูแลตำแหน่งของสาย (Tube Safety) ค่ะ
ขั้นตอนการให้อาหารสายยางตามมาตรฐานสากล
1. ระยะเตรียมการ (Pre-Feeding Phase)
สุขอนามัยของผู้ดูแล: ล้างมือด้วยน้ำและสบู่ตามเทคนิค 7 ขั้นตอนอย่างน้อย 20 วินาที หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนเชื้อโรคในอาหาร
จัดท่าผู้ป่วย (สำคัญที่สุดตามหลักสากล): ปรับระดับเตียงให้ผู้ป่วยอยู่ใน ท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน (Fowler's Position) ทำมุมอย่างน้อย 30 - 45 องศา เสมอ ห้ามนอนราบในขณะให้อาหารเด็ดขาดเพื่อป้องกันอาหารไหลย้อนกลับและสำลักเข้าปอด
เตรียมอาหาร: ตรวจสอบอุณหภูมิของอาหารเหลว (หรือซุปไก่ปั่นสูตรโปรตีนสูงที่คุณแม่ทำเอง) ให้มีความอุ่นใกล้เคียงอุณหภูมิห้อง ไม่ร้อนหรือเย็นจัด
2. ระยะตรวจสอบความปลอดภัย (Verification Phase)
ก่อนปล่อยอาหารลงสายทุกครั้ง ต้องทำการตรวจสอบ 2 สิ่งนี้เพื่อความปลอดภัย:
เช็กตำแหน่งสาย (Tube Placement): สังเกตขีดเครื่องหมาย (Marker) บนสายยางบริเวณจมูกว่าเลื่อนหลุดออกมาจากตำแหน่งเดิมหรือไม่
ประเมินอาหารค้างกระเพาะ (Gastric Residual Volume - GRV): * ใช้กระบอกฉีดยา (Syringe) ขนาด 50 cc ต่อเข้ากับสายยางแล้วดูดตรวจปริมาณอาหารค้างเบาๆ
เกณฑ์มาตรฐานสากล: หากดูดออกมาแล้วมีอาหารค้าง น้อยกว่า 100-250 cc ให้ดันอาหารนั้นกลับคืนช้าๆ และเริ่มให้อาหารมื้อใหม่ได้เลย แต่หากพบอาหารค้าง มากกว่า 250 cc ขึ้นไป (หรือตามที่แพทย์สั่ง) ให้เลื่อนมื้ออาหารออกไป 1 ชั่วโมงแล้วค่อยมาเช็กซ้ำ เพราะแสดงว่าระบบย่อยอาหารทำงานช้าค่ะ
3. ระยะให้อาหาร (Feeding Phase)
ไล่อากาศแฝง: พับสายยางของผู้ป่วยไว้ก่อนเปิดจุกและต่อกระบอกอาหาร เพื่อไม่ให้อากาศภายนอกเข้าไปในกระเพาะ ซึ่งเป็นสาเหตุให้ผู้ป่วยท้องอืด
ปล่อยให้ไหลตามแรงโน้มถ่วง (Gravity Feeding): ยกกระบอกอาหารให้อยู่สูงกว่าระดับกระเพาะอาหารของผู้ป่วยประมาณ 1 ฟุต (30 ซม.) ปล่อยให้อาหารไหลลงไปช้าๆ ห้ามใช้ลูกสูบ (Plunger) ดันอาหารเด็ดขาด เพราะแรงดันที่มากเกินไปจะทำให้ผู้ป่วยแน่นท้อง คลื่นไส้ และสำลักได้ค่ะ
เติมอาหารต่อเนื่อง: คอยเติมอาหารลงในกระบอกก่อนที่อาหารเดิมจะหมดก้นหลอด เพื่อป้องกันไมให้ลมหรืออากาศไหลตามเข้าไปในสายยาง
4. ระยะหลังให้อาหาร (Post-Feeding Phase)
ล้างสายยางทันที (Flushing): เมื่ออาหารหมด ให้ใช้น้ำต้มสุกอุ่นปริมาณ 30 - 50 cc เทใส่กระบอกเพื่อล้างสายยางทันที ขั้นตอนนี้ตามหลักสากลจำเป็นมาก เพื่อป้องกันไม่ให้คราบอาหาร (โดยเฉพาะซุปปั่นธรรมชาติที่มีความหนืดสูง) ตกค้าง บูดเน่า หรือแห้งอุดตันสายยางค่ะ
คงท่าเดิมไว้ 1 ชั่วโมง: หลังเสร็จสิ้นกระบวนการ ต้องให้ผู้ป่วยนั่งหรือหนุนศีรษะสูง 30-45 องศาต่อไปอีกอย่างน้อย 45 - 60 นาที เพื่อให้อาหารเดินทางลงสู่ลำไส้เล็กเรียบร้อยก่อน จึงจะปรับเตียงให้นอนราบตามปกติได้
📌 Checklist อาการผิดปกติที่ต้องหยุดให้อาหารทันที!
หากระหว่างที่ให้อาหารอยู่แล้วผู้ป่วยมีอาการเหล่านี้ ให้พับสายยางหยุดอาหารทันที แล้วเคลียร์ช่องปากผู้ป่วยก่อนติดต่อแพทย์ค่ะ:
มีอาการไอ ไอโขลก หรือสำลัก
หายใจหอบถี่ หน้าเขียวคล้ำ หรือบ่นแน่นหน้าอก
อาเจียน หรือย้อนออกมาทางปาก/จมูก