ผู้เขียน หัวข้อ: ขั้นตอนการให้อาหารสายยางอย่างถูกต้องตามหลักมาตรฐานสากล  (อ่าน 5 ครั้ง)

siritidaphon

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1323
  • เวบบอร์ดโพสขายฟรี
    • ดูรายละเอียด
ขั้นตอนการให้อาหารสายยางอย่างถูกต้องตามหลักมาตรฐานสากล

การให้อาหารทางสายยาง (Tube Feeding) ตามหลักมาตรฐานสากล (เช่น แนวทางของสมาคมเพื่อโภชนบำบัดและการเผาผลาญแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ ASPEN) จะให้ความสำคัญสูงสุดกับ 3 เรื่องหลัก คือ ความสะอาด (Sanitation), การป้องกันการสำลัก (Aspiration Prevention) และ การดูแลตำแหน่งของสาย (Tube Safety) ค่ะ


ขั้นตอนการให้อาหารสายยางตามมาตรฐานสากล

1. ระยะเตรียมการ (Pre-Feeding Phase)

สุขอนามัยของผู้ดูแล: ล้างมือด้วยน้ำและสบู่ตามเทคนิค 7 ขั้นตอนอย่างน้อย 20 วินาที หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนเชื้อโรคในอาหาร

จัดท่าผู้ป่วย (สำคัญที่สุดตามหลักสากล): ปรับระดับเตียงให้ผู้ป่วยอยู่ใน ท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน (Fowler's Position) ทำมุมอย่างน้อย 30 - 45 องศา เสมอ ห้ามนอนราบในขณะให้อาหารเด็ดขาดเพื่อป้องกันอาหารไหลย้อนกลับและสำลักเข้าปอด

เตรียมอาหาร: ตรวจสอบอุณหภูมิของอาหารเหลว (หรือซุปไก่ปั่นสูตรโปรตีนสูงที่คุณแม่ทำเอง) ให้มีความอุ่นใกล้เคียงอุณหภูมิห้อง ไม่ร้อนหรือเย็นจัด


2. ระยะตรวจสอบความปลอดภัย (Verification Phase)

ก่อนปล่อยอาหารลงสายทุกครั้ง ต้องทำการตรวจสอบ 2 สิ่งนี้เพื่อความปลอดภัย:

เช็กตำแหน่งสาย (Tube Placement): สังเกตขีดเครื่องหมาย (Marker) บนสายยางบริเวณจมูกว่าเลื่อนหลุดออกมาจากตำแหน่งเดิมหรือไม่

ประเมินอาหารค้างกระเพาะ (Gastric Residual Volume - GRV): * ใช้กระบอกฉีดยา (Syringe) ขนาด 50 cc ต่อเข้ากับสายยางแล้วดูดตรวจปริมาณอาหารค้างเบาๆ

เกณฑ์มาตรฐานสากล: หากดูดออกมาแล้วมีอาหารค้าง น้อยกว่า 100-250 cc ให้ดันอาหารนั้นกลับคืนช้าๆ และเริ่มให้อาหารมื้อใหม่ได้เลย แต่หากพบอาหารค้าง มากกว่า 250 cc ขึ้นไป (หรือตามที่แพทย์สั่ง) ให้เลื่อนมื้ออาหารออกไป 1 ชั่วโมงแล้วค่อยมาเช็กซ้ำ เพราะแสดงว่าระบบย่อยอาหารทำงานช้าค่ะ


3. ระยะให้อาหาร (Feeding Phase)

ไล่อากาศแฝง: พับสายยางของผู้ป่วยไว้ก่อนเปิดจุกและต่อกระบอกอาหาร เพื่อไม่ให้อากาศภายนอกเข้าไปในกระเพาะ ซึ่งเป็นสาเหตุให้ผู้ป่วยท้องอืด

ปล่อยให้ไหลตามแรงโน้มถ่วง (Gravity Feeding): ยกกระบอกอาหารให้อยู่สูงกว่าระดับกระเพาะอาหารของผู้ป่วยประมาณ 1 ฟุต (30 ซม.) ปล่อยให้อาหารไหลลงไปช้าๆ ห้ามใช้ลูกสูบ (Plunger) ดันอาหารเด็ดขาด เพราะแรงดันที่มากเกินไปจะทำให้ผู้ป่วยแน่นท้อง คลื่นไส้ และสำลักได้ค่ะ

เติมอาหารต่อเนื่อง: คอยเติมอาหารลงในกระบอกก่อนที่อาหารเดิมจะหมดก้นหลอด เพื่อป้องกันไมให้ลมหรืออากาศไหลตามเข้าไปในสายยาง


4. ระยะหลังให้อาหาร (Post-Feeding Phase)

ล้างสายยางทันที (Flushing): เมื่ออาหารหมด ให้ใช้น้ำต้มสุกอุ่นปริมาณ 30 - 50 cc เทใส่กระบอกเพื่อล้างสายยางทันที ขั้นตอนนี้ตามหลักสากลจำเป็นมาก เพื่อป้องกันไม่ให้คราบอาหาร (โดยเฉพาะซุปปั่นธรรมชาติที่มีความหนืดสูง) ตกค้าง บูดเน่า หรือแห้งอุดตันสายยางค่ะ

คงท่าเดิมไว้ 1 ชั่วโมง: หลังเสร็จสิ้นกระบวนการ ต้องให้ผู้ป่วยนั่งหรือหนุนศีรษะสูง 30-45 องศาต่อไปอีกอย่างน้อย 45 - 60 นาที เพื่อให้อาหารเดินทางลงสู่ลำไส้เล็กเรียบร้อยก่อน จึงจะปรับเตียงให้นอนราบตามปกติได้


📌 Checklist อาการผิดปกติที่ต้องหยุดให้อาหารทันที!

หากระหว่างที่ให้อาหารอยู่แล้วผู้ป่วยมีอาการเหล่านี้ ให้พับสายยางหยุดอาหารทันที แล้วเคลียร์ช่องปากผู้ป่วยก่อนติดต่อแพทย์ค่ะ:

มีอาการไอ ไอโขลก หรือสำลัก

หายใจหอบถี่ หน้าเขียวคล้ำ หรือบ่นแน่นหน้าอก

อาเจียน หรือย้อนออกมาทางปาก/จมูก